ดาราศาสตร์ โหราศาสตร์ ศาสนา Astronomy Astrology Religion

ตอนที่ 1 ดาราศาสตร์พื้นฐานสำหรับนักเรียนโหราศาสตร์ 

ผู้ที่สนใจโหราศาสตร์ รวมทั้งผู้ที่อยากเป็นนักโหราศาสตร์ และเป็นหมอดู ส่วนมากแล้วจะมองข้ามเรื่องของความรู้เกี่ยวกับดาราศาสตร์พื้นฐาน ที่ใช้คำว่า พื้นฐาน เพราะการเป็นนักโหราศาสตร์ จำเป็นต้องรู้จักดาราศาสตร์เบื้องต้น หรือมีพื้นฐานเพื่อให้สามารถพูดคุยเรื่องของดวงดาวทีเป็นดาราศาสตร์ Astronomy ได้บ้าง เพราะวิชาโหราศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็นการดูดวงชะตา ไพ่ Tarot และลายมือ ต่างมีพื้นฐานมาจากเรื่องของดวงดาวด้วยกันทั้งสิ้น

ดาราศาสตร์พื้นฐานที่สำคัญ ได้แก่ เรื่องของดาวเคราะห์ Planets การโคจร และอัตราการโคจรของดาวเคราะห์ เพราะในหน้าไพ่ Tarot ก็จะมีภาพของดาวเคราะห์ซ่อนอยู่ หรือแม้แต่ลายมือก็เรียกชื่อเนินต่างๆบนฝ่ามือเป็นชื่อของดาวเคราะห์ นั่นแสดงว่า พื้นฐานของศาสตร์การพยากรณ์มีที่มาจากจุดเดียวกัน คือ ดวงดาวบนท้องฟ้านั่นเอง

บนท้องฟ้ามีปัจจัยที่เราสามารถมองเห็นด้วยตาเปล่า และใช้กล้องโทรทัศน์ดูจะเห็นดวงดาว 2 ประเภท คือ ดาวฤกษ์ Stars และดาวเคราะห์ Planets ในที่นี้จะกล่าวถึงดาวเคราะห์เพัยงอย่างเดียว

ก. ระบบสุริยจักรวาล Solar System

ระบบสุริยจักรวาลที่เราอาศัยอยู่นี้มีชื่อเรียกตามมุมมอง 2 ชื่อ คือ Heliocentric และ Geocentric

Heliocentric เป็นชื่อเรียกระบบสุริยจักรวาลที่ใช้ดวงอาทิตย์เป็นศูนย์กลาง และมีดวงดาวต่างๆโคจรรอบดวงอาทิตย์ เป็นระบบที่รู้จักกันทั่วไป และใช้สอนนักเรัยน สามารถหาข้อมูลเพื่อศึกษาได้ทั่วไป

IMG_E4326
ระบบสุริยจักรวาล กับจานคำนวณ

ดวงอาทิตย์เป็นศูนย์กลาง และมีดาวเคราะห์ 9  ดวงเป็นบริวาร โคจรรอบดวงอาทิตย์ ประกอบด้วย ดวงเคราะห์ 2 ส่วน ได้แก่

IMG_E4328

ดาวเคราะห์วงใน Inner Planets เป็นดาวเคราะห์ที่มีอัตราการโคจรเร็วกว่าดาวเคราะห์วงนอก ประกอบด้วย พุธ ศุกร์ โลก (มีดวงจันทร์เป็นบริวารโคจรรอบโลก) และอังคาร

ดาวเคราะห์วงนอก Outer Planets เป็นดาวเคราะห์ที่โคจรช้า ประกอบด้วย พฤหัส เสาร์ มฤตย์ เนปจูน และพลูโต (ถึงแม้สมาคมดาราศาสตร์นานาชาติจะลงมติว่า พลูโตไม่ใช่ดาวเคราะห์ แต่เป็นดาวเคราะห์แคระ แต่ในทางโหราศาสตร์ยังใช้อยู่ไม่เปลี้ยนแปลง)

Geocentric เป็นชื่อเรียกระบบสุริยจักรวาลที่ใช้โลกเป็นศูนย์กลาง เป็นระบบที่มนุษย์อาศัยอยู่บนโลกและมองไปบนท้องฟ้าเห็นดวงดาวต่างๆโคจรรอบโลก เป็นระบบที่นักโหราศาสตร์ใช้กัน ในทุั้งโหราศาสตร์ไทย และโหราศาสตร์สากลและยูเรเนียน มีปฏิทินดาราศาสตร์ ที่เรียกว่า Astronomical Ephemeris (ปัจจุบันมีสำนักโหราศาสตร์ในต่างประเทศบางแห่งมีการจัดทำปฏิทินดาราศาสตร์ในระบบ Heliocentric ออกมาใช้เหมือนกัน แต่ไม่เป็นที่นิยม อาจจะมีใช้ศึกษากันเฉพาะกลุ่ม)

IMG_E4336
ปฏิทินดาราศาสตร์ โหราศาสตร์

ข. จุดต่างของนักดาราศาสตร์ กับนักโหราศาสตร์

ในอดีตไม่มีวิชาดาราศาสตร์ หรือโหราศาสตร์ ผู้คนในอดีตสนใจใคร่รู้เหตุการณ์และปรากฏการณ์ต่างๆว่าเกิดขึ้นจากอะไร การเรียนรู้ของผู้คนในอดีต คือการเรียนรู้จากธรรมชาติ จึงมีการสังเกตุปรากฏการณ์ต่างๆบนฟ้า เห็นดวงอาทิตย์โคจรขึ้น และตกทุกวัน เห็นดวงจันทร์โคจรในแต่ละวันด้วยรูปร่างที่แตกต่างกัน ตั้งแต่สว่างเต็มดวง แหว่งเว้าไปเรื่อยๆจนบางคืนไม่มีดวงจันทร์ปรากฏ และก็โผล่ขึ้นมาใหม่เป็นเช่นนี้นานแสนนาน รวมทั้งสังเกตุการโคจรของดาวดวงอื่นๆด้วย รวมทั้งการเกิดอุปราคา Eclipse ดาวหาง Comets และปรากฏการณ์ต่างๆที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงบนโลก มีการจดบันทึกสืบต่อๆกันมา นั่นคือ จุดเริ่มต้นของตำราดาราศาสตร์ และโหราศาสตร์ และต่อมา ความคิดของผู้คนก็แยกดาราศาสตร์ และโหราศาสตร์ออกจากกันจนถึงปัจจุบัน นักดาราศาสตร์ไม่ให้ความสนใจที่จะศึกษาปรัญาของดวงดาวว่ามีอิทธิพลต่อความเป็นไป  และการเปลี่ยนแปลงต่างๆบนโลก ยกเว้น ยอมรับว่า การโคจรของดวงจันทร์มีแรงดึงดูดทำให้เกิดน้ำขึ้น และ น้ำลง

ในอดีตมนุษย์เชื่อ และนับถือภูติผีปีศาจ จึงเชื่อว่ามีเทพเจ้าประจำดาวแต่ละดวง มีการบันทึกเรื่องราวอิทธิพลของดวงดาว และมหาเทพต่างๆ God & Goddess เป็นมหากาพย์หลายเรื่อง และนักศึกษาโหราศาสตร์ในปัจจุบันยังคงใช้ศึกษาอิทธิพลของดวงดาวต่างๆที่มีชื่อเรียกตรงกับเทพแต่ละองค์ แต่ตัดเรื่องความเชื่อที่ว่าเทพต่างๆนั้นมีอิทธิปาฏิหาริย์ นักโหราศาสตร์จะศึกษาอิทธิพลหรือความหมายของดวงดาวนั้นจะให้ความสำคัญในทางปรัชญา และคำสำคัญ Key words เพื่อใช้ศึกษาค้นคว้าและขยายความต่อยอดไปได้ไม่สิ้นสุดตามความก้าวหน้าของวิทยาการต่างๆที่เปลี่ยนแปลงวิถีการดำเนินชีวิตของมนุษย์ตลอดเวลา  นักโหราศาสตร์ไม่สามารถยึดถือความหมายหรืออิทธิพลของดวงดาวที่สอนกันมาในอดีตมาใช้กับสรรพสิ่งต่างๆในปัจจุบันได้ เพราะโลกไม่เคยหยุดนิ่ง

นักโหราศาสตร์จึงต้องไม่หยุดนิ่ง เพราะถ้าหยุดนิ่งก็คือ ตาย

นักดาราศาสตร์ ศึกษาปรากฏการณ์ของปัจจัยต่างๆบนฟ้าโดยไม่แตะต้องปรัชญาโหราศาสตร์ แต่นักโหราศาสตร์นอกจากจะต้องศึกษาความรู้ทางโหราศาสตร์ในแนวปรัชญาแล้ว หากสามารถศึกษาดาราศาสตร์บ้างก็จะช่วยให้เข้าใจกลไกบนฟ้าได้เป็นอย่างดี และจะเป็นจุดต่างของนักพยากรณ์ที่มุ่งเน้นพยากรณ์ตามอิทธิพลของดวงดาว กับนักโหราศาสตร์ที่เข้าใจกลไกบนฟ้า และนำมาใช้ร่วมกับการอ่านอิทธิพลตามปรัชญาของดวงดาว และหากจะพิจารณาแล้ว การเป็นนักโหราศาสตร์จะต้องศึกษาสรรพวิชาต่างๆในโลกนี้ทุกเรื่อง (เพราะเราไม่รู้ได้เลยว่า ลูกค้าของเรามีอาชีพอะไร) และทุกเวลา  เพื่อจะได้นำมาอุปมาเปรียบเทียบอิทธิพลตาม Key word ของปัจจัยต่างๆ

การเป็นนักโหราศาสตร์ที่สมบูรณ์แบบจึงไม่ง่ายอย่างที่หลายคนเข้าใจ 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s