ชีวิตของผม กับโหราศาสตร์ ตอนที่ 12

ตอนสุดท้ายของ Series ชีวิตของผม กับโหราศาสตร์ การเขียนตอนสุดท้ายของบทความชุดนี้ มีหลายเรื่องที่อยากเขียน แต่เมื่อลงมือเขียนจริงๆกลับไม่ง่ายที่จะนำเรื่องราวมาเขียนให้สอดคล้องกับตอนที่ 12 ซึ่งเทียบได้กับราศีมีน ราศีสุดท้ายของจักรราศี คงต้องเขียนถึงประสพการณ์การสอน และการพยากรณ์ในช่วงก่อนที่จะหยุดเมื่อ 2 ปีที่แล้ว

โหราศาสตร์ยูเรเนียนที่ผมเรียนมาจากอาจารย์พลตรีประยูร พลอารีย์ เป็นแนวทางการใช้ปรัชญาโหราศาสตร์  และความเป็นธรรมชาติแท้จริงของชีวิต ไม่มีการใช้เรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ไม่มีเรื่องของเครื่องลางของขลังใดๆทั้งสิ้น ทำให้ผมเป็นสิ่งแปลก และแตกต่างจากหมอดูคนอื่นๆ หลายครั้งที่ลูกค้ามาดูดวงกับผมจะถามผมเรื่อง การสะเดาะเคราะห์ ผมก็ปฏิเสธไป เพราะชีวิตของมนุษย์นั้น ทุกคนเดินไปตามดวงชะตาของแต่ละคนตามที่ธรรมชาติ หรือดวงดาวได้กำหนดมาทั้งสิ้น ชีวิตไม่ใช่คณิตศาสตร์ที่ สามารถนำความดี ผลบุญ มาหักกลบลบหนี้กับความทุกข์ หรือวิบากกรรมของชีวิต จนมีลูกศิษย์ของผมหลายคนพูดกับผมว่า ที่อาจารย์ไม่มีสิ่งต่างๆมากมายเหมือนคนอื่นก็เพราะอาจารย์ไม่ใช้แนวทางแบบพวกเขา ผมได้แต่ตอบไปว่า อาจารย์ประยูรไม่เคยสอน และผมก้ไม่เชื่อเรื่องการสะเดาะเคราะห์แก้กรรม อย่างเช่น ถ้าเราเคยขอยืมเงิน หรือติดหนี้ใครไว้แค่ 100 บาท แล้วเรายังไม่ได้ชดใช้คืนให้แก่เขา หนี้นี้ก็ยังคงอยู่ ต่อให้เราไปทำบุญ สร้างพระประธานกี่องค์ ปล่อยนก ปล่อยปลาอีกกี่ร้อย กี่พันตัว หนี้ที่ติดค้าง 100 บาทก็ยังอยู่ จนทำให้หลายคนที่หวังจะพึ่งคำแนะนำการแก้กรรมจากผม เลิกดูดวงกับผมไปเลยก็มี

Fish1
การปล่อยปลาที่ซื้อจากตลาด
Fish2
การปล่อยพันธุ์ปลาที่จัดเตรียมมาอย่างดี

การปล่อยนก ปล่อยปลา ปล่อยสัตว์ต่างๆที่หลายคนยังคงเชื่ออยู่นั้น มีที่มาอย่างไร ผมก็ไม่รู้ได้ ผมทำงานประจำที่หน่วยงานของรัฐเกี่ยวข้องกับงานวิศวกรรม การก่อสร้าง งานพัฒนาคุณภาพ และสุดท้ายก่อนลาออกก่อนเกษียณ ผมทำงานด้านการพิจารณาให้ทุนงานวิจัย มีครั้งหนึ่งที่มีนักวิชาการด้านประมงมาขอทุนเพื่อทำวิจัยเกี่ยวกับการเจริญพันธุ์ของปลาในอ่างเก็บน้ำ มีการขอทุนเพื่อซื้อพันธุ์ปลาที่จะปล่อยในอ่างเก็บน้ำ ผมได้ความรู้จากอาจารย์เหล่านี้ว่า การปล่อยปลาลงสู่แหล่งน้ำ จะต้องคำนึงถึง พันธุ์ปลาประจำถิ่น พันธุ์ปลาที่เหมาะกับแหล่งน้ำแต่ละแห่ง และการปล่อยปลาเพื่อให้ได้ประโยชน์ต่อการประมงจพต้องใช้พันธุ์ปลาทั้งประเภทกินพืช และกินเนื้อ ในสัดส่วนที่เหมาะสม เพื่อรักษาความสมดุลย์ของระบบนิเวศน์ของแหล่งน้ำ ปลากินพืชก็จะกินพืชน้ำเพื่อเจริญเติบโต และขยายพันธุ์ได้เองตามธรรมชาติ และจะกลายเป็นอาหารของปลากินเนื้อ หากปล่อยแต่ปลากินพืช ก็จะมีแต่ปลากินพืช และจะทำให้แหล่งอาหารไม่เพียงพอ หรือหากปล่อยแต่ปลากินเนื้อ มันก็จะไม่มีปลาชนิดอื่นเป็นอาหาร และกินกันเอง ทำให้สระบบนิเวศน์ของแหล่งน้ำนั้นเสียสมดุลย์

Bird2
การปล่อยนกสู่ธรรมชาติ
Birds1
การซื้อนกจากคนขายนกปล่อย

ความรู้นี้ทำให้ผมมานึกถึง คนที่ชอบปล่อยปลา ก็จะตั้งใจซื้อปลาที่ตนเองไม่กินเพื่อจะได้ซื้อเอาไปปล่อย และก็จะเลือกซื้อปลาจากแม่ค้าตามตลาด เช่น ซื้อปลาดุก หอย มาปล่อยลงแม่น้ำเจ้าพระยา โดยการลงเรือข้ามฟาก แล้วก็ปล่อยปลาดุกจากคนขายปลาในตลาดลงกลางแม่น้ำเพื่อสะเดาะเคราะห์ตนเอง พร้อมกับการคิดว่าได้ทำบุญกุศลแล้วที่ได้ช่วยชีวิตปลาดุก หอย จำนวนหนึ่งไม่ให้ถูกคนซื้อเอาไปแกงกิน แต่หารู้ไม่ว่า เพราะขาดความเข้าใจที่แท้จริงของการปล่อยปลาเพื่อให้ได้ประโยชน์ที่แท้จริงนั้นควรทำอย่างไร ยิ่งพวกที่ชอบปล่อยนกด้วยยิ่งแล้วใหญ่ จะเห็นได้จากแหล่งขายนกปล่อยบริเวณศาลพระพรหมเอราวัณ และศาลหลักเมือง ที่มีคนจับนกมาขังกรงเพื่อขายให้คนซื้อปล่อย คนพวกนี้มีอาชีพเลี้ยงนกเพือให้คนซื้อปล่อยสะเดาะเคราะห์ แล้วนกเหล่านี้เมื่อปล่อยไปแล้วก็บินกลับมาเข้ากรงอย่างเดิม เพราะนกเหล่านี้ถูกเลี้ยงแต่ในกรง หากินเองไม่ได้ กรรมของคนที่ปล่อยไปแล้วก็กลับมาให้คนต่อๆไปซื้อปล่อยซ้ำๆ จนกว่านกจะตาย คนที่ชอบปล่อยนก หากดูข่าวในราชสำนัก จะเห็นได้ว่า เวลาที่พระบรมวงศานุวงศ์จะปล่อยนกนั้น จะปล่อยนกไปสู่แหล่งธรรมชาติ เพื่อให้นกที่ปล่อยไปนั้นได้ไปใช้ชีวิตตามธรรมชาติของพวกมัน หรือเวลาที่มีการปล่อยปลา จะเป็นการปล่อยพันธุ์ปลาลงสู่แหล่งน้ำ เป็นพันธุ์ปลาที่กรมประมงจัดเตรียมมาให้เหมาะสมกับแหล่งน้ำ

คนปล่อยนก ปล่อยปลา คิดแค่เพียงเพื่อจะสะเดาะเคราะห์ให้ตนเองแต่กลายเป็นเหยื่อของความไม่รู้ของตนเอง ความเชื่อเหล่านี้นับวันจะยิ่งพัฒนาให้หลากหลายมากยิ่งขึ้น เพราะความเชื่อ สามารถเชื่อไม่ต้องคิดอะไรมาก ยิ่งคนไทยถูกปลูกฝังความเชื่อด้วยคำว่า “ไม่เชื่อ อย่าลบหลู่” ประเทศไทยกำลังจะก้าวไปสู่ยุค 4.0 จะสามารถให้การศึกษาเพื่อพัฒนาความคิด และความเชื่อให้เป็นเพียงกิจกรรมตามประเพณี เพื่อรักษาให้คงอยู่ให้เป็นที่เป็นทาง และมีหลักวิชาการเป็นเครื่องชี้นำให้ถูกต้องได้หรือไม่

โหราศาสตร์ ศาสนา และพิธีกรรม

ทุกวันนี้ ที่จริงก็นานมาแล้ว โหราศาสตร์ ศาสนา และพิธีกรรม ถูกคนส่วนหนึ่งนำมาผสมปนเปกันจนกลายเป็นเรื่องเดียวกัน เหล่านี้ คือ ปัญหาความอ่อนด้อยทางการศึกษาของประเทศไทย หรือเป็นเพราะคนเราเกิดมาแตกต่างกัน 12 ปีนักษัตร 12 ราศีของเดือนเกิด 30 วันของวันเกิด 24 ชั่วโมงของเวลาเกิด 360 องศาของ Longitude 180 องศาของ Latitude จึงทำให้แต่ละคนเกิดมา มีวิถีชีวิต ความคิด ความเชื่อที่แตกต่างกัน

IMG_4377

ผมเป็นคนที่ไม่เชื่อเรื่องการสะเดาะเคราะห์ว่าจะทำให้เราพ้นจากความทุกข์ ไม่เคยบนบานสานกล่าว ไม่เคยอ้อนวอนขอพรใดๆจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เชื่อในเรื่องของความเป็นธรรมชาติของชีวิตของมนุษย์ เชื่อในสิ่งที่เห็น และเป็นจริง ผมมักคิดถึงความแตกต่างของผู้คนที่แตกต่างกันทั้งเชื้อชาตื และศาสนา ทำให้มีวิถีปฏิบัติตามหลักคิดที่แตกต่างกัน ความเชื่อก็แตกต่างกัน แล้วอะไร คือความจริงของชีวิต ผมค้นหาคำตอบมาจนถึงวันที่ได้เรียนโหราศาสตร์ยูเรเนียนกับอาจารย์พลตรีประยูร พลอารีย์ โหราศาตร์แนวปรัชญา ผมได้ศึกษา และเข้าใจเรื่องของกรรมเก่า เพราะกรรมก็คือธรรมชาติ ผมเรียนและศึกษาความเป็นธรรมชาติของชีวิตผ่านโหราศาสตร์ เรียนรู้จากดวงดาวและจักรราศี สิ่งที่มนุษย์ในโลกนี้เหมือนกัน คือความเป็นธรรมชาติของสิ่งมีชีวิต ความเชื่อ ภาษา วัฒนธรรม ขนบธรรมเนียม จารีตประเพณีที่แตกต่างกัน เป็นความแตกต่างตามแหล่งกำเนิดของมนุษย์เราที่เกิดในมุมต่างๆของโลกใบนี้ เป็นความแตกต่างที่สร้างความงดงามของสังคมแต่ละท้องถิ่นที่มีวิถีชีวิตแตกต่างกัน แต่สิ่งที่เหมือนกันของมนุษย์ทุกคนบนโลก คือ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ความจริงแท้ที่ใครๆก็ไม่อาจหลบพ้นได้

เราจะมีชีวิตอย่างเป็นสุขในโลกนี้ได้เมื่อเราได้เรียนรู้ และเข้าใจความแท้จริงของธรรมชาติ ไม่ว่าจะผ่านทางโหราศาสตร์ หรือหลักศาสนานั่นเอง

    

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

w

Connecting to %s