ชีวิตของผม กับ โหราศาสตร์ ตอนที่ 8

หมอดู กับการตบทรัพย์

เมื่อหลายปีมาแล้วขณะที่ผมร่วมงานพยากรณ์ในงานกาชาดที่สวนอัมพร ซึ่งมีร้านหมอดูเช่าพื้นที่ เปิดกันมากมาย แอบตามร้านอาหาร หรือตามหน่วยงานต่างๆภายในงาน มีลุงคนหนึ่งจูงลูกสาวตัวน้อยเดินเข้ามาในร้านภริยาตุลาการ ที่ผมนั่งประจำในงานกาชาด ซื้อบัตรสำหรับพยากรณ์”มานั่งรอ  และถึงคิวที่ได้ดูดวงกับผม ระหว่างที่ผมดูดวงให้ ลุงก็เอ่ยขึ้นมากับผมว่า

“แล้วต้องทำพิธีสะเดาะเคราะห์ด้วยมั้ย”

ผมก้เลยถามว่า “ทำไมต้องสะเดาะเคราะห์” ลุงขึงเล่าเรื่องให้ฟังว่า

เมื่อสักพัก ระหว่างเดินเข้ามาในงาน เดินผ่านร้านค้ามากมาย ก็มีคนมาชักจูงให้ดูดวง บอกว่า ดูดวงฟรี 3 ข้อ พูดจาหว่านล้อมจนลุงต้องยอมเดินเข้าไปดู ทั้งๆที่ไม่ได้คิดว่าจะมาดูดวงชะตา ลุงมาจากลพบุรี แค่อยากพาลูกสาวมาเที่ยวดูงานกาชาดเท่านั้นเอง

หมอดูบอกว่า “ลุงกำลังจะโชคดี แต่มีเคราะห์ ถ้าไม่สะเดาะเคราะห์อาจะถึงบาดเจ็บล้มตายได้”

ลุงก็ถามไปว่า แล้วต้องทำอย่างไร ตามประสาคนต่างจังหวัดซื่อๆคนหนึ่ง

เข้าทางของหมอดู “ลุงต้องไปทำพิธีไหว้ ….. หมอจะจัดการทำพิธีให้ มีค่าใช้จ่าย 5,999 บาท” ลุงบอกว่า ผมมไม่มีเงินมากขนาดนั้นหรอก หมอดูก็ลดราคาลงมา “2,000” ลุงก็บอกมีไม่ถึง ต่อรองลดราคากันหลายครั้ง หมอดูลดราคาต่อรองลงมาจนเหลือ “199 บาท” ลุงก็ยอมจ่ายให้ เพื่อจะได้พ้นจากขุมนรกนั้นเสียที

ฟังจากคำบอกเล่าของลุงแล้ว ทำให้คิดถึงเรื่องราวที่เคยได้ยินมา หมอดูพวกนี้ใช้ “มุก”เดียวกันทุกคน

ผมจึงบอกลุงไปว่า “ลุงกำลังโชคดี คือขายที่ได้ หมอดูพวกนี้ก็เลยเอาเรื่องเคราะห์ร้ายมาตบทรัพย์ เพื่อให้ลุงจ่ายเงินให้ ถ้าลุงใจอ่อนจ่ายเงินให้ อีกไม่นานลุงก็ขายที่ได้ ก็จะกลายเป็นว่า โชคดีนะที่สะเดาะเคราะห์ไปแล้วกับหมอดูคนนั้น ไม่อย่างนั้นอาจจะมีเคราะห์ร้าย ซึ่งแท้จริงแล้ว ลุงไม่ต้องเสียเงินสะเดาะเคราะห์เลย เพราะอีกไม่น่าลุงก็จะขายที่ดินได้เอง โดยไม่ต้องเสียเงินทำพิธีอะไรเลย”

นั่งคุยให้ลุงสบายใจอีกครู่หนึ่ง ลุงก็เดินจากไป

อีก 1 ปีผ่านไป ผมเห็นลุงคนนี้มาที่ร้านพยากรณ์ที่ผมนั่งอยู่อีก ลุงนั่งรอตั้งแต่เที่ยงวัน จนถึง 4 โมงครึ่ง แกก็เดินมาหาผม แล้วพูดว่า “ขอกลับก่อนนะครับ พรุ่งนี้จะมาใหม่” ผมก็ถามกลับไป “ลุงคิวที่เท่าไหร่ อ๋อ อีก 1 คิวก็จะได้ดูแล้ว” ลุงบอกว่า ” ผมมาจากลพบุรีตั้งแต่ 6 โมงเช้า นั่งรถออกมาจากหมู่บ้าน ต่อรถจากตัวเมือง เพื่อมาที่นี่ก้เที่ยงวัน แล้วรถที่จะกลับเข้าหมู่บ้านคันสุดท้ายจะหมดตอนเย็น จึงต้องรีบกลับ ไม่อย่างนั้นจะตกรถ” ผมจึงบอกลุงไปว่า “ลุงน่าจะบอกผมนะ จะได้ขอแทรกคิวให้” ลุงบอก “ไม่เป็นไร พรุ่งนี้จะมาใหม่” ผมเลยบอกลุงไปอีกครั้ง “พรุ่งนี้ ลุงมาหาผมได้เลย ไม่ต้องซื้อบัตรใหม่ ผมจะเก็บบัตรของลุงเอาไว้ให้”

วันรุ่งขึ้น ลุงก็มาถึงตามเวลาที่แกบอกเอาไว้ ลุงเล่าให้ฟังด้วยความดีใจว่า “เมื่อปลายปีที่แล้ว เมียขายที่ได้ตามที่อาจารย์บอก ก็เลยอยากจะมาแจ้งข่าวให้รู้  วันนี้ก็อยากจะมาถามเรื่องการเรียนของลูก”

ผมก็ดูดวงให้ตามที่ลุงบอก และหลังจากนั้น ลุงก็เป็นลูกค้าประจำงานกาชาดของผมอีกประมาณ 5 ปี ครั้งสุดท้ายที่มาเจอกันลูกสาวตัวน้อยที่ตามมาด้วยก็เป็นเด็กสาวแล้ว เรื่องราวของลุงคงไม่มีอะไรที่อยากรู้อีก แล้วเราก็ไม่ได้พบกันอีกเลย

เรื่องราวของลุง เป็นอีก 1 เรื่องที่ฉายหนังซ้ำซากของวงการหมอดูตบทรัพย์ ที่ช้เล่ห์เพทุบายซ้ำซากเพียงมุกเดียว หมอดูจะไม่เรียกทำพิธีสะเดาะเคราะหืกับคนที่มีความทุกข์หรือกำลังเดือดร้อนและต้องการหาทางออกของชีวิต เพราะ หมอดูพวกนี้ก็รู้ว่า สะเดาะเคราะห์ไปแล้วก็ทำให้เรื่องร้ายกลายเป็นดีไม่ได้ ดังนั้นหมอดูพวกนี้ ที่จริงแล้วก็พอจะดูดวงได้ระดับหนึ่ง จึงมักจะดูคนที่มีลักษณะ ขี้วิตกกังวล คล้อยตามหมอดู เชื่อคนง่าย และที่สำคัญกำลังดวงดี มีโชคจากอะไรก็ตาม ดังเช่นลุงคนนี้

การสะเดาะเคราะห์ ต่อชะตานั้นฝังรากลึกลงในความเชื่อของคนในสังคมไทยส่วนหนึ่ง ที่ต้องการความเชื่อมั่นในสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เวลาจะทำอะไรก็จะไปบนบานสานกล่าว ขอให้ได้ผลสำเร็จตามที่อยากได้ เช่น อยากได้ตำแหน่ง นอกจากจะเสียเงินวิ่งเต้นกับนายหน้าแล้ว ยังไปเสียเงินค่าสะเดาะเคราะห์อีกด้วย

อีกคำพูดหนึ่งที่ทำให้คนไทยงมงาย กลัวไม่กล้าฝืน คือคำพูดที่ว่า “ไม่เชื่อ อย่าลบหลู่” และปัจจุบันนี้ 18 มงกุฏพวกนี้ ก็พัฒนาคำพูดขึ้นมาใหม่ว่า

“สำหรับคนที่ไม่เชื่อก็ขอให้ผ่านไปนะคะ อิชั้นนำเสนอให้กับคนที่เชื่อถือเท่านั้น”

ในแต่ละปี คนไทยเสียเงินไปกับเรื่อง “ความเชื่อที่เคารพ และนับถือ” กันมากมาย ตั้งแต่ เบอร์โทรศัพท์ ที่ถูกหมอดูและผู้ให้บริการโทรศัพท์ร่วมมือกันปั่นราคาขาย เบอร์เสริมดวง เบอร์มงคล เบอร์ทะเบียนรถ ทำให้กรมการขนส่งทางบกปั่นราคาขายเลขทะเบียนรถเสียเอง

ในความเป็นจริงแล้ว ทุกคนเกิดมาจะมี “เลข” ที่มาประจพกับชีวิตของแต่ละคนอยู่แล้ว หากทุกคนรู้จักสังเกตุหมายเลขต่างๆที่ตนเองได้รับจากระบบปกติ ตั้งแต่เลขประจำตัวนักเรียนชั้นอนุบาล จนถึงมหาวิทยาลัย เลขที่บ้านที่อยู่อาศัย จะมีลักษณะเลขในทำนองเดียวกันทั้งสิ้น เช่น อาจจะเป็นเลขใดเลขหนึ่ง หรือเลขที่เป็นคู่ ผมเองแม้จะเป็นนักโหราศาสตร์ เวลาที่ผมซื้อรถยนต์ คนขายรุกผ้ถามผมว่า มีเลขทะเบียนที่อยากได้มั้ย เค้าจะได้สั่งจองล๊อคเลขเอาไว้ให้ ผมบอกว่า “ไม่ต้องหรอก” และพอได้เลขทะเบียนรถออกมา ก็เป็นเลขเหมือนรถคันเก่าที่ขายไปแล้วโดยไม่ต้องไปทำอะไรให้ยุ่งยากเลย

อีกเรื่องหนึ่งที่อยากพูดถึงเรื่องของความเชื่อกับความงมงาย ยอมให้เขาหลอกตบทรัพย์

คนที่มีชื่อเสียงหลายคน เป็นเหยื่อของหมอดูพวกนี้มากมาย เพราะหมอดูพวกนี้จะอาศัยช่องทางต่างๆโฆษณาตัวเองในสารพัดสื่อ ยิ่งคนมีชื่อเสียงในสังคมแต่ยังมีความโลภ อยากมี อยากเป็น อยากได้สิ่งต่างๆที่ไกลเกินจริงของชะตาชีวิต และยังไม่ปล่อยวางกับชีวิต คนเหล่านี้จะถูกหมอดูเก็บเอาไปคุยกันว่า “คนนั้น คนนี้ก็เคยไปดูดวงกับหมอคนนี้มาแล้ว” ผมได้ยินคำพูดแบบนี้บ่อยจนเฉยๆ สิ่งหนึ่งที่คนเหล่านี้เดินตามกันไปเป็นเหยื่อก็เพราะว่า ไม่มีใครที่กล้าพูดว่า “โดนหลอก หรือหมอดูไม่แม่น” เมื่อหลายปีก่อนก็มีหมอดูดังๆ หลอกขายตำราดูดวงชะตาพร้อมการสอน ในราคาหลายหมื่นบาท พอเหยื่อจ่ายเงินครบ หมอดูคนนั้นก็จะเล่าให้ฟัง “ครั้งเดียว” แล้วให้กลับไปอ่านเอาเอง จบข่าว มีไฮโซ ไฮซ้อหลายคนที่ไปช่วยสร้างความร่ำรวยให้หมอดูคนนี้จนร่ารวยมากมายหลายสิบล้าน แต่สุดท้าย กรรมที่หมอดูคนนี้ก่อเอาไว้ก็กลับมาทำร้ายหมอดูคนนี้ ด้วยตัวเองเป็นคนติดเล่นการพนันจนหมดตัว และหายเข้ากลีบเมฆไปนับตั้งแต่นั้นจนบัดนี้ ไมมีข่าวของหมอดูคนนั้น แต่เชื้อพันธุ์เหล่านี้ ก็ไม่หมดไปจากสังคมไทย ยังมีเชื้อพันธ์ุหมอดูต้มตุ๋นทำลายวงการนักโหราศาสตร์เกิดใหม่ทุกวัน

หมอดูกับตลาดหุ้น

เรื่องนี้จะผ่านไปโดยไม่เขียนอะไรไว้เลยก็จะกระไรอยู่ หมอดูอยู่คู่กับทุกแหล่งที่เป็นความหวังของคนอยากรวย ตลาดหุ้นก็เช่นกัน ในยุคแรกๆของตลาดหุ้นนั้น นักเล่นหุ้นหรือแมงเม่า ที่อยากรวยจากการซื้อขายหุ้น วิ่งหาหมอดู โดยที่หมอดูไม่ต้องออกแรงโฆษณาใดๆเลย และหมอดูที่ผมจะกล่าวถึง คือ อาจารย์พลตรีประยูร พลอารีย์ อาจารย์ผู้สอนวิชาโหราศาสตร์ยูเรเนียน เป็นคนไทยเพียงคนเดียวในสมัยนั้นประมาณปี 2514 – 2517 ที่ไปเรียนวิชาโหราศาสตร์จากโรงเรียนโหราศาสตร์ฮัมบูร์ก ประเทศเยอรมัน และเป็นผู้นำวิชาโหราศาสตร์ยูเรเนียนมาสอนเผยแพร่ในประเทศไทยอย่างเป็นระบบเพียงท่านเดียว ชื่อเสียงของท่านสำหรับคนในยุคนั้น แทบไม่ต้องพูดถึง ผู้คนในวงการต่างๆวิ่งมาหาท่านถึงบ้าน แม้กระทั่งวงการมวยระดับโลกก็ยังให้ท่านดูดวงด้วยเลย การดูดวงเรื่องหุ้น อาจจะเป็นเรื่องใหม่สำหรับอาจารย์ในยุคนั้น แต่ก็ไม่เกินความสามารถที่ท่านจะวิเคราะห์ได้ เพราะดวงเมืองท่านก็อ่านจนทะลุมาแล้ว

นักเล่นหุ้นที่อยากรวย แต่ทำให้ท่านจน เพราะนักเล่นหุ้นจ่ายค่าดูดวงด้วยการให้หุ้นแก่ท่าน ทั้งๆที่ท่านไม่ใช่นักเล่นหุ้น แต่เมื่อเขาให้มาก็รับเอาไว้ ถือเอาไว้จนหุ้นมีค่าน้อยกว่าเป็นกระดาษชำระ อาจารย์ไม่เคยร่ำรวยจากนักเล่นหุ้น อาจารย์มุ่งหวังเพียงการสอนวิชาโหราศาสตร์ยูเรเนียนให้คนไทยได้รู้จักว่า โหราศาสตร์ยูเรเนียนสามารถใช้พยากรณ์เรื่องอะไรก็ได้  ผมเรียนโหราศาสตร์ยูเรเนียนกับอาจารย์ประยูรเมื่อปี 2530 ก็ได้เห็นนักเล่นหุ้นนางหนึ่งหรืออาจจะมีหลายคน มานั่งปะปนในห้องเรียนวันเสาร์ด้วย แต่ตลอดเวลาที่อาจารย์สอนที่หน้าชั้นเรียน ผมไม่เห็นว่า “นาง” จะสนใจสิ่งที่อาจารย์สอนเลย จะเห็นนางเดินประกบอาจารย์ตอนเวลาพัก เพราะ “นาง”จะเข้าไปถามเรื่องหุ้นที่จะเล่นในสัปดาห์หน้า ซึ่งในตอนนั้น ผมไม่รู้เรื่องหุ้นหรอกว่ามันเป็นอย่างไร ผมสนใจเพียงอยากเรียนโหราศาสตร์ยูเรเนียนเท่านั้น ผมเห็น”นาง” สักระยะหนึ่ง แล้วก็ไม่เห็นนางอีกเลย อาจารยืประยูรมีสอนที่โรงเรียนโหราศาสตร์กรุงเทพ ตรงข้ามศูนย์วิจัย แถวบางเขนอีกแห่งหนึ่ง ผมได้ข่าวเพียงว่าที่นั่น เป็นที่พวกนักเล่นหุ้นหายคน ไป “ปรึกษา” กับอาจารย์เป็นประจำ จนมีครั้งหนึ่งมีข่าวว่า ตลาดหุ้นมีหนังสือแจ้งให้อาจารย์หยุด “ปั่นหุ้น” ไม่เช่นนั้นจะดำเนินคดีกับอาจารย์ คงเป็นเพราะพวกนั้นพากันทุ่มซื้อหุ้นตาม “คำปรึกษา” ของอาจารย์กันทั้งนั้น เลยทำให้ตลาดคิดว่ามีการปั่นหุ้น แต่ทราบว่า ในช่วงนั้น คำแนะนำของอาจารย์ก็คงไม่ถึงกับ “แม่นเป๊ะ 100 %” แต่ก็อาจจะทำให้บางคนรวยได้หากเขามีดวงที่จะรวย และก็คงมีหลายคนที่หมดตัว  แต่ก็คงจะมีอีกหลายคนที่หมดตัว เพราะไม่มีดวงที่จะรวยจากการเล่นหุ้น หรือเล่นการพนัน และชื่อเสียงร่ำรือในความแม่นยำของโหราศาสตร์ยูเรนียนก็โด่งดังมาจนถึงทุกวันนี้ หลายคนมาเรียนโหราศาสตร์ยูเรเนียนเพื่อเอาไปใช้ดูดวงตัวเองประกอบการเล่นหุ้น และก็มีหลายคนที่วิ่งมาหาผม ขอให้ผมสอนวิธีดูว่าหุ้นตัวไหนจะดีหรือไม่ดี และจะเล่นหุ้นอย่างไรให้ร่ารวย ผมบอกคนเหล่านั้นมาตลอดเลยว่า ไม่มีวิธีดูได้หรอกว่าหุ้นตัวไหนจะทำให้รวย และยืนยันคำพูดมาถึงวันนี้ ผมจะแนะนำว่า การเล่นหุ้นนั้นมีปัจจัยหลายอย่างที่จะทำให้ได้เงิน ซึ่งถึงแม้จะไม่ต้องมาหาผม คุรก็สามารถหาเงินจากตลาดหุ้นได้ ด้วยการซื้อหุ้นที่มีผลประกอบการดี และจ่ายเงินปันผลสม่ำเสมอ มีให้เลือกมากมาย ซึ่งต้องรอการจ่ายปันผลประจำปี แล้วแต่ว่าเขาจะจ่ายปีละกี่ครั้ง แต่คนเหล่านี้ อยากได้เร็ว อยากได้มาก และอยากเล่น Short sell ปัจจุบันจึงมีหมอดูหลายคนตั้งตัวเป็น “กูรูหุ้น” เอาวิชานี้ไปประกอบอาชีพดูหุ้นให้แมงเม่าหมดตัวกันไปแล้วทั้งหมอทั้งลูกศิษย์มากมาย มีทั้งข่าวเปิดเผย และไม่เปิดเผยถึง หมอดูตบทรัพย์นักเล่นหุ้นมากมาย แต่ไม่เป็นข่าวในวงกว้าง เพราะ แมงเม่าเหหล่านี้ มุ่งแต่จะหา “กูรู” คนใหม่ และ “หาทุกตำรา” ที่จะทำให้รวยจากหุ้น ยอมจ่ายแพงเท่าไหร่ก็ได้ ขะให้ซื้อเครื่องลางของขลัง แก้เคล้ด ทำพิธีต่างๆ ไปจนถึงขั้นปรับฮวงจุ้ยที่บ้านเพื่อจะรับเงินก็ยอม ขอให้รวยเท่านั้น แท้จริงแล้ว เก็บเงินที่เสียไปทั้งหมด ซื้อหุ้นปันผลดีๆสัก 1-2 ตัว ใช้ชีวิตพอเพียง รอรับเงินปันผลรายปี แบบ เซียนที่รวยจากหุ้นที่แต่งหนังสือขายวิธีรวยหุ้น แต่คนเขียนหนังสือไม่ได้ทำตามหนังสือที่เขียน เพราะ เขาซื้อหุ้นตั้งแต่ราคาเริ่มต้นเมื่อ 30-40 ปีที่แล้ว และปัจจุบันมูลค่าหุ้นที่พวกเขาซื้อเก็บไว้ทำ

กำไร เป็นหลายร้อยเท่าของเงินลงทุนเมื่อตอนนั้น และยังเหลือเก็บเอาไว้กินปันผลจนถึงทุกวันนี้ เอ่ยชื่อไปทุกคนร้องอ๋อกันทั้งนั้น แต่เอ่ยชื่อไม่ได้

ตราบที่มนุษย์ยังมีความโลภ อยากมี อยากเป็น อยากได้ ในสิ่งที่ไกลเกินจริงของชะตาชีวิต หมอดูตบทรัพย์ ก็จะไม่หมดไปจากโลกใบนี้

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

w

Connecting to %s